ข้ามไปเนื้อหาหลัก
วิเทหชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
99

วิเทหชาดก

Buddha24 AIเอกนิบาต
ฟังเนื้อหา

วิเทหชาดก

ณ เมืองมิถิลา แคว้นวิเทหะ อันรุ่งเรืองด้วยการค้าและศิลปะ มีกษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรมปกครองแผ่นดิน ทรงพระนามว่าพระวิเทหราช กษัตริย์พระองค์นี้ทรงมีพระทัยเปี่ยมด้วยเมตตากรุณา ทรงบำรุงสุขสวัสดิ์ของอาณาประชาราษฎร์มิได้ขาด ทรงตั้งอยู่ในสัจธรรมอันประเสริฐ

วันหนึ่ง ขณะที่พระวิเทหราชทรงประทับอยู่บนพระแท่น มีพระราชดำริถึงการบำเพ็ญกุศลและธรรมอันประเสริฐ ได้ทรงนึกถึงเรื่องราวในอดีตชาติของพระองค์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร กษัตริย์ผู้ทรงบำเพ็ญทานบารมีอันยิ่งใหญ่ จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งชมพูทวีป

พระวิเทหราชทรงระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในชาติภพนั้น เหตุการณ์ที่พระองค์ทรงบริจาคพระโอรสธิดา คือพระชาลีและพระกัณหา ให้แก่พราหมณ์ผู้ยากไร้ แม้จะทรงเสียสละอันใหญ่หลวงเพียงใด แต่ในห้วงลึกของพระทัย พระองค์ก็ทรงทราบดีว่า การกระทำนั้น เป็นไปเพื่อความหลุดพ้น

“โอ้… การบริจาคอันยิ่งใหญ่ในครั้งนั้น ช่างเป็นบททดสอบที่แสนสาหัส แต่ก็เป็นหนทางแห่งการบรรลุธรรมอันประเสริฐ” พระวิเทหราชทรงรำพึงกับพระองค์เอง แววพระเนตรฉายแววแห่งความทรงจำอันลึกซึ้ง

ณ ป่าหิมพานต์ อันเป็นที่สถิตของเหล่าวานรที่แสนฉลาด โบราณกาลนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์ทรงเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร เมื่อทรงบริจาคพระโอรสธิดาแล้ว ก็ทรงบรรลุธรรมอันสูงส่ง แต่ในชาตินี้ พระวิเทหราชทรงดำริว่าจะทรงบำเพ็ญทานบารมีในรูปแบบที่แตกต่างออกไป

พระวิเทหราชทรงมีพระราชดำริว่า “การให้ย่อมเป็นสิ่งประเสริฐที่สุด แต่การให้ที่แท้จริงนั้น หาใช่การให้เพียงทรัพย์สินเงินทองไม่ หากแต่เป็นการให้ความรู้ ให้ปัญญา ให้ธรรมอันเป็นเครื่องนำทางชีวิต”

ด้วยพระราชดำริดังกล่าว พระวิเทหราชจึงทรงมีพระบรมราชโองการให้จัดตั้งสำนักเรียนขึ้นในพระราชวัง ทรงเชิญพระสงฆ์ผู้ทรงภูมิปัญญาและเหล่าปราชญ์ผู้รู้ทั่วแคว้น มาเป็นครูบาอาจารย์ เพื่อสั่งสอนวิชาความรู้และธรรมะแก่กุลบุตรกุลธิดาของอาณาประชาราษฎร์

“เราจักให้การศึกษาแก่ลูกหลานของเราทุกคน” พระวิเทหราชตรัสกับเหล่าข้าราชบริพาร “เพราะการศึกษาคือแสงสว่างนำทางชีวิต คือการให้ที่ยั่งยืนที่สุด”

เหล่าข้าราชบริพารต่างแซ่ซ้องสรรเสริญในพระปรีชาญาณของพระองค์ สำนักเรียนแห่งนี้ได้เปิดรับนักเรียนจากทุกชนชั้น ทุกฐานะ ไม่มีการแบ่งแยก ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ทุกคนล้วนได้รับโอกาสในการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน

ในสำนักเรียนแห่งนั้น มีเด็กน้อยคนหนึ่งชื่อว่า "บุญมา" เขาเป็นเด็กกำพร้าที่เติบโตมาอย่างยากลำบาก อาศัยอยู่ในกระท่อมเล็กๆ ชายเมือง เขาใฝ่ฝันอยากจะเรียนรู้สิ่งต่างๆ แต่ไม่มีโอกาส

วันหนึ่ง ขณะที่บุญมากำลังเก็บฟืนอยู่ในป่าใกล้พระราชวัง เขาได้ยินเสียงดนตรีอันไพเราะดังแว่วมา จากนั้นก็ได้เห็นขบวนเสด็จของพระวิเทหราช

“ดูนั่นสิ! พระราชาเสด็จ!” ชาวบ้านคนหนึ่งกระซิบกระซาบ

บุญมาแอบมองพระราชวังด้วยความทึ่ง เขาเห็นเด็กๆ หลายคนแต่งกายสะอาดสะอ้าน กำลังเดินเข้าออกพระราชวังด้วยความเบิกบาน

“พวกเขาไปไหนกันนะ?” บุญมาถามชาวบ้าน

“พวกเขาไปเรียนหนังสือไงเล่า ที่สำนักเรียนในพระราชวัง” ชาวบ้านตอบ “พระราชาทรงให้เรียนฟรี ไม่มีค่าเล่าเรียน”

หัวใจของบุญมาเต้นแรงด้วยความหวัง เขาอยากเรียนหนังสือใจจะขาด แต่เขากลัว ไม่มีเสื้อผ้าดีๆ ไม่มีเงินทอง

คืนนั้น บุญมานอนไม่หลับ เขาได้แต่คิดถึงคำว่า "การศึกษา" เขาตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เดินทางไปยังพระราชวังในเช้าวันต่อมา

เมื่อไปถึงประตูวัง บุญมาถูกทหารยามขวางไว้

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่ เด็กน้อย?” ทหารยามถามด้วยเสียงห้วน

“ข้า… ข้าอยากมาเรียนหนังสือพ่ะย่ะค่ะ” บุญมาตอบเสียงสั่น

ทหารยามหัวเราะเยาะ “เจ้าเด็กน้อย เสื้อผ้ามอมแมมอย่างเจ้า จะมาเรียนอะไรได้”

“แต่… แต่พระราชาทรงให้ทุกคนเรียนได้นี่พ่ะย่ะค่ะ” บุญมาอ้อนวอน

ด้วยความบังเอิญ ท่านมหาปราชญ์ผู้ดูแลสำนักเรียน ได้เดินผ่านมาพอดี ท่านเห็นบุญมามีแววตาที่มุ่งมั่นและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะเรียนรู้

“หยุดก่อน สหาย” ท่านมหาปราชญ์กล่าวกับทหารยาม “เด็กผู้นี้มีใจใฝ่รู้ ปล่อยให้เขาเข้ามาเถิด”

ทหารยามจำใจต้องเปิดทางให้ บุญมาเดินตามท่านมหาปราชญ์เข้าไปในสำนักเรียน เขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากครูบาอาจารย์

“ยินดีต้อนรับสู่สำนักของเรา เด็กน้อย” ท่านมหาปราชญ์กล่าว “ที่นี่คือบ้านของทุกคนที่ปรารถนาจะเรียนรู้”

บุญมาดีใจจนน้ำตาไหล เขาได้รับเสื้อผ้าใหม่ ได้รับอาหาร และได้นั่งเรียนพร้อมกับเด็กคนอื่นๆ

วันเวลาผ่านไป บุญมาเป็นนักเรียนที่ตั้งใจเรียนที่สุด เขาทุ่มเทให้กับทุกวิชา สนใจใฝ่รู้ในทุกสิ่ง

“ครูเจ้าขา ข้าสงสัยว่าเหตุใดพระราชาจึงทรงทุ่มเทให้กับการศึกษาแก่พวกเราถึงเพียงนี้เจ้าขา” บุญมาถามท่านมหาปราชญ์

ท่านมหาปราชญ์ยิ้มอย่างอ่อนโยน “เพราะพระองค์ทรงทราบว่า การให้ความรู้นั้นยิ่งใหญ่กว่าทรัพย์สินเงินทองใดๆ ความรู้คือแสงสว่างนำทางชีวิต เมื่อผู้คนมีความรู้ ย่อมสามารถพัฒนาตนเอง พัฒนาครอบครัว และพัฒนาราชอาณาจักรของเราให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปได้”

“เหมือนครั้งหนึ่งที่พระองค์ทรงเป็นพระเวสสันดร ที่ทรงบริจาคพระโอรสธิดาอันเป็นที่รักยิ่ง” ท่านมหาปราชญ์กล่าวต่อ “แต่การบริจาคในชาตินี้ คือการบริจาคปัญญา การบริจาคความรู้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะอยู่คู่กับผู้รับไปตลอดกาล”

บุญมาฟังแล้วก็ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระวิเทหราช เขาตั้งใจว่าจะนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น

เมื่อบุญมาเติบโตขึ้น เขาได้กลายเป็นบัณฑิตผู้รอบรู้ และได้เข้ารับราชการในกองทัพของพระวิเทหราช

วันหนึ่ง มีข้าศึกยกทัพมาประชิดเมืองมิถิลา เหล่าทหารหาญต่างลุกขึ้นต่อสู้ป้องกันเมืองอย่างกล้าหาญ แต่จำนวนข้าศึกมีมากกว่า

ในขณะที่สถานการณ์กำลังคับขัน บุญมาซึ่งตอนนี้เป็นแม่ทัพคนหนึ่ง ได้เสนอแผนการรบอันแยบยลต่อพระวิเทหราช

“พ่ะย่ะค่ะ ข้าพระพุทธเจ้ามีแผนที่จะใช้ภูมิประเทศและกลยุทธ์บางอย่างเพื่อหลอกล่อให้ข้าศึกเข้ามาติดกับ” บุญมากล่าวอย่างมั่นใจ

พระวิเทหราชทรงพิจารณาแผนของบุญมาแล้ว ทรงเห็นว่าเป็นแผนที่ดี จึงทรงอนุญาต

แผนการรบของบุญมาประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ข้าศึกไม่ทันตั้งตัว พ่ายแพ้และแตกพ่ายไป

พระวิเทหราชทรงปลาบปลื้มในความสามารถของบุญมาเป็นอย่างยิ่ง

“บุญมา เจ้าเป็นผู้ที่พระราชาทรงให้การศึกษา ได้นำความรู้นั้นมาตอบแทนแผ่นดินได้อย่างสมเกียรติ” พระวิเทหราชตรัสชมเชย

“ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเพราะพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ” บุญมาน้อมกราบ

ภายหลังสงคราม พระวิเทหราชทรงปกครองแผ่นดินด้วยธรรมะอันสงบสุข ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขทั่วหน้า สำนักเรียนยังคงเปิดสอนต่อไป และได้ผลิตบัณฑิตผู้มีความรู้ความสามารถออกไปรับใช้แผ่นดินมากมาย

เรื่องราวของพระวิเทหราช ผู้ทรงเห็นคุณค่าของการให้ปัญญา ได้แพร่หลายไปทั่ว ทรงเป็นแบบอย่างของกษัตริย์ผู้ทรงปรีชาญาณและเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม

พระโพธิสัตว์ในชาตินี้ ได้ทรงแสดงให้เห็นว่า การให้ทานนั้นมีหลายรูปแบบ การให้ความรู้และปัญญา เป็นการให้ที่ยั่งยืนที่สุด เพราะเป็นการยกระดับชีวิตของผู้คนให้พ้นจากความเขลาและความทุกข์

เหล่าพสกนิกรต่างน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระวิเทหราช ที่ทรงเปิดประตูแห่งการเรียนรู้ให้แก่ทุกคน แม้แต่เด็กกำพร้าอย่างบุญมา ก็สามารถเติบโตเป็นผู้มีความสามารถและสร้างคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดินได้

คติธรรม

การให้ความรู้และปัญญา เป็นการให้ที่ประเสริฐและยั่งยืนที่สุด ยิ่งกว่าการให้ทรัพย์สินสิ่งของ เพราะความรู้นำมาซึ่งการพัฒนาชีวิต และสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ

บารมีที่บำเพ็ญ

ปัญญาบารมี

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

การให้ความรู้และปัญญา เป็นการให้ที่ประเสริฐและยั่งยืนที่สุด ยิ่งกว่าการให้ทรัพย์สินสิ่งของ เพราะความรู้นำมาซึ่งการพัฒนาชีวิต และสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ

บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

มหาสุบินชาดก
269ติกนิบาต

มหาสุบินชาดก

มหาสุบินชาดกครั้งเมื่อพระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ใกล้พระนครสาวัตถี มีเรื่องราวในอด...

💡 ปัญญาเป็นสิ่งสำคัญในการตีความเหตุการณ์ต่างๆ สิ่งที่ดูเหมือนร้ายอาจกลายเป็นดีได้ หากเรามีมุมมองที่ถูกต้องและเข้าใจถึงเหตุปัจจัย.

มหิสชาดก
207ทุกนิบาต

มหิสชาดก

มหิสชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศลอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นควายป่าผู้มีพละกำลังม...

💡 ผู้นำที่แข็งแกร่งและกล้าหาญคือเสาหลักของหมู่คณะ ความกล้าหาญอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีสติปัญญาและไหวพริบด้วย.

สุมังคลชาดก (Sumangala Jataka)
163ทุกนิบาต

สุมังคลชาดก (Sumangala Jataka)

สุมังคลชาดกกาลครั้งหนึ่งในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็น "สุมังคละ" พรา...

💡 การยอมรับความผิดพลาดของตนเอง และการมุ่งมั่นที่จะแก้ไข เป็นหนทางสู่การหลุดพ้นจากความทุกข์ และนำมาซึ่งความสงบสุขทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

ปัญจปาณชาดก
144เอกนิบาต

ปัญจปาณชาดก

ปัญจปาณชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายอยู่ในภพภูมิต่างๆ เพื่อบำเพ็ญบารมี...

💡 การมีอำนาจและฤทธิ์เดชที่ยิ่งใหญ่ อาจไม่เท่ากับการมีคุณธรรมอันประเสริฐ การเสียสละ การให้ การช่วยเหลือผู้อื่น และการมีเมตตาจิตต่อสรรพสัตว์ คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน

พิลักขชาดก
243ทุกนิบาต

พิลักขชาดก

พิลักขชาดกครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ เมืองสาวัตถี มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อว่า พิลักขะ ซึ่งหมายถึง 'ผู้มีขนดก...

💡 ความตระหนี่เป็นกิเลสที่นำไปสู่อบายภูมิ การทำบุญให้ทานด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และเลื่อมใส ย่อมได้รับผลบุญอันยิ่งใหญ่ และสามารถช่วยบรรเทาโทษจากกรรมเก่าได้

มหาสโลนชาดก
212ทุกนิบาต

มหาสโลนชาดก

มหาสโลนชาดกณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่งที่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ มีถ้ำแห่งหนึ่งเป็นที่อาศัยของพญานาคตนหนึ่งซึ่...

💡 ความประมาทเป็นหนทางแห่งความเสื่อม การมีสติปัญญาและไหวพริบ สามารถช่วยให้เราเอาชนะอุปสรรคที่คาดไม่ถึงได้ การสำนึกผิดและปรับปรุงตนเอง คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนา.

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว